ต้มยำกุ้งน้ำข้น 1 ถ้วยอยู่ที่ประมาณ 220–300 แคลอรี่ สูงกว่าแบบน้ำใสราวเท่าตัว เพราะเติมนมข้นจืดหรือกะทิบวกน้ำพริกเผาที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบหลัก
หลายคนสั่งต้มยำเพราะคิดว่าเป็นเมนูสุขภาพ แต่ความต่างระหว่างน้ำใสกับน้ำข้นคือจุดที่ทำให้แคลของมื้อเปลี่ยนไปทั้งมื้อ น้ำข้นได้รสกลมกล่อมจากไขมัน ซึ่งแปลว่าแคลเกือบทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นมาคือไขมันล้วน
แคลอรี่และสารอาหารของต้มยำกุ้งน้ำข้น
| แบบ | เสิร์ฟ | แคล | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| ต้มยำกุ้งน้ำข้น (ถ้วยมาตรฐาน) | 1 ถ้วย (~300 g) | 260 | 17 g | 11 g | 17 g |
| น้ำข้นแบบใส่กะทิ | 1 ถ้วย (~300 g) | 320 | 17 g | 12 g | 23 g |
| + ข้าวสวย 1 ทัพพี | รวมข้าว | 480 | 20 g | 56 g | 18 g |
ค่าเป็นค่าโดยประมาณต่อหนึ่งเสิร์ฟปกติ ค่าจริงต่างกันตามร้าน ปริมาณน้ำมัน ซอส และขนาดจาน
สั่งต้มยำกุ้งน้ำข้นยังไงให้แคลต่ำลง
- ถ้าเป้าหมายคือคุมแคล เปลี่ยนไปสั่งน้ำใส ประหยัดได้ราว 140 แคลอรี่ทันที
- ตักกุ้งกับเห็ดขึ้นมากินและเหลือน้ำไว้ ลดไขมันได้มากที่สุดโดยยังได้โปรตีนเท่าเดิม
- ขอ “น้ำพริกเผาน้อย” เพราะน้ำพริกเผาคือน้ำมันเป็นหลัก
- หนึ่งถ้วยน้ำข้นให้ไขมันพอ ๆ กับกะเพราหนึ่งจาน ถ้ามื้อนั้นมีของทอดอยู่แล้วให้เลือกน้ำใสแทน
เมนูใกล้เคียงที่คนนับแคลมักดูต่อ
- ต้มยำกุ้งน้ำใส — ประมาณ 100–150 แคลอรี่
- ต้มข่าไก่ — ประมาณ 260–340 แคลอรี่
- ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ — ประมาณ 380–450 แคลอรี่
คำถามที่พบบ่อย
ต้มยำกุ้งน้ำข้น 1 ถ้วยกี่แคล?
ประมาณ 220–300 แคลอรี่ต่อถ้วย ถ้าร้านใส่กะทิด้วยอาจถึงราว 320 แคลอรี่
ทำไมน้ำข้นแคลสูงกว่าน้ำใสมาก?
เพราะเติมนมข้นจืดหรือกะทิและน้ำพริกเผา ซึ่งเป็นไขมันเกือบล้วน ส่วนน้ำใสได้รสจากสมุนไพรและมะนาวที่แทบไม่มีแคล
อยากกินน้ำข้นแต่คุมแคลทำยังไง?
ขอน้ำพริกเผาน้อย ตักเนื้อกุ้งกับเห็ดขึ้นมากินโดยไม่ซดน้ำจนหมด และคุมข้าวไว้ที่ 1 ทัพพี
ข้อมูลนี้ให้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ค่าแคลอรี่เป็นค่าโดยประมาณ หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนปรับอาหาร อ่านเพิ่มที่ ข้อจำกัดความรับผิดด้านสุขภาพ